ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าไตเริ่มทำหน้าที่น้อยลง เริ่มขจัดของเสียน้อยลง หากท่านทะนุถนอมไตของท่านไว้ ชีวิตก็จะยืนยาว ไม่ต้องเข้าไปสู่เรื่องของการล้างไต การฟอกเลือด และท้ายสุดก็คือการรอปลูกถ่ายไต

การปฎิบัติตัวเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ได้แก่
1. ความดันโลหิต ควบคุมให้อยู่ในระดับปกติหรือใกล้เคียงปกติ คือ ระดับต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท หากความดันโลหิตสูงๆ ต่ำๆ ไม่คงที่ ส่งผลต่อไตอย่างมาก ทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ ที่สำคัญคืออย่าละเลย การกินยาลดความดันโลหิต
2. การควบคุมระดับน้ำตาล เฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานและไตเริ่มเสื่อมจากเบาหวานควรต้องระวังระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติเพื่อป้องกันการทำลายไต รวมทั้งการทำลายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และตา
3. การควบคุมอาหาร มีความจำเป็นต่อการชะลอการเสื่อมของไตอย่างมาก แบ่งเป็น
3.1 อาหารโปรตีน ในผู้ป่วยที่ไตมีการทำหน้าที่น้อยลง มีการคั่งของสารยูเรีย ไนโตรเจนและของเสียอื่นๆ จำเป็นต้องลดอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ เพื่อไม่ให้ของเสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายและมีคุณค่าทางอาหารสูง คือ เนื้อปลา แต่ยังสามารถรับประทานอาหารประเภทเนื้อไก่ และเนื้อหมูได้เพียงแต่ลดลง
3.2 อาหารเค็ม สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และอาหารบวม ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มทุกชนิด รวมทั้งอาหารหมักดอง ซอสต่างๆ ซุปก้อน ผงชูรส เต้าเจี้ยว ซีอิ้ว น้ำปลา และอาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยวซึ่งจะมีเครื่องปรุงที่มีรสเค็ม ทำให้อาการบวมไม่ลดลงและควบคุมความดันโลหิตยาก
3.3 น้ำดื่ม โดยทั่วไปสามารถดื่มน้ำได้ตามความต้องการไม่มากและไม่น้อย โดยดูน้ำหนักตัวถ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอาการบวมควนลดปริมาณน้ำดื่มและควรปฏิบัติตามแพทย์แนะนำ
3.4 อาหารไขมัน รับประทานได้พอประมาณ โดยดูระดับไขมันในเลือด หากควบคุมอาหารประเภทไขมันอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีระดับไขมันสูงอาจต้องใช้ยาลดไขมันภายใต้การดูแลของแพทย์ อาหารประเภทไขมันที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กะทิ เนื้อติดมัน ของทอด ไข่แดง ปลาหมึก อาหารทะเล เป็นต้น ซึ่งถ้าไขมันในเลือดสูงมากทำให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็งตัวเป็นผลเสียต่อไต
4. การสูบบุหรี่ ปัจจุบันมีการพิสูจน์แล้วว่า มีผลต่อการทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ดังนั้นผู้หน้าที่ไตไม่ค่อยดีจึงควรงดสูบบุหรี่
5. การใช้ยาที่เป็นผลเสียต่อไต ยาบางชนิดทำให้ไตเสื่อมเร็วหรือเป็นผลเสียต่อไต หากใช้ขนาดสูงหรือนานเกินไป เช่นยาแก้ปวดข้อ ปวดหลังทั้งชนิดรับประทานและแบบฉีด รวมทั้งยาสมุนไพร ยาจากรากไม้ ที่ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับออกได้เช่นคนปกติ ได้แก่ สารโพแทสเซียม ซึ่งจะมีมากในรากไม้ ผลไม้ สมุนไพร พืช ผู้ป่วยที่มีระดับโพแทสเซียมสูงอยู่แล้วอาจเกิดอันตรายทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ตัวอย่างสารอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงได้แก่ ผลไม้ต่าง ๆ เช่น ขนุน ทุเรียน ลำไย แต่ผู้ที่ระดับโพแทสเซียมในเลือดปกติหรือต่ำก็ยังคงรับประทานผลไม้ได้
6. ภาวะซีด มีรายงานการศึกษาพบว่า ถ้ารักษาภาวะซีดให้ดี จะทำให้ไตเสื่อมช้าลงได้
7. ภาวะฟอสเฟตในเลือด ผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่มักมีระดับฟอสเฟสในเลือดสูง เนื่องจากการขับทางไตลดลง สารฟอสเฟสมีมากในถั่วทุกประเภท นม โยเกิร์ต เค้กและพาย น้ำเต้าหู้ โกโก้ กาแฟ พิชซ่า ช็อคโกแลต น้ำอัดลมที่มีสีดำ และเนยแข็ง
8. ภาวะติดเชื้อ ในระบบต่างๆ ของร่างกายมีผลกระทบต่อไตได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ถ้ามีอาการไข้หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจ
9. การใช้ยาขับปัสสาวะ ยาขับปัสสาวะมีประโยชน์และจำเป็น บางครั้งปัสสาวะออกมากเกินไปก็เป็นผลเสีย เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือ จนกระทบการทำงานของไต
10. การออกกำลังกาย ผู้เป็นโรคไตสามารถออกกำลังกายได้ ตามความเหมาะสมแต่ต้องไม่รุนแรง และไม่เหนื่อยจนเกินไป เช่น การเดิน การบริหารร่างกายชนิดอยู่กับที่ ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น โดยปรึกษาแพทย์ประจำตัวเสียก่อน
อาหารสำหรับผู้ป่วยที่ฟอกไต
เมื่อไตไม่สามารถขับของเสียได้ตามปกติ จึงทำให้มีของเสียที่คั่งค้างอยู่ในเลือด ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารให้ถูกต้อง และเรียนรู้ทำความเข้าใจในการให้โภชนบำบัด ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่มี และมีอายุยืนยาวขึ้น
1. โปรตีน : เป็นสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ และซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย เป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน เลือด ฯลฯ สารอาหารชนิดนี้มีมากในเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ เนื้อวัว ปลา ปู กุ้ง หอย ไข่ นม ในถั่วเมล็ดแห้ง ซึ่งในถั่วเมล็ดแห้งมีสารโพแทสเซียม และฟอสฟอรัสสูง ที่ไม่เหมาะกับผู้ป่วย เพราะทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของแคลเซียม และฟอสฟอรัสในร่างกาย เป็นผลให้มีการสลายแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มขึ้น กระดูกจะบางลง ปวดกระดูด กระดูกเปราะหักง่าย
2. คาร์โบไฮเดรต : เป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน ผู้ป่วยควรรับประทานให้เพียงพอเพื่อป้องกันมิให้ร่างกายนำสารอาหารโปรตีนมาเผาผลาญเป็นพลังงาน สารอาหารชนิดนี้มีมากในข้าว ขนมปัง ข้าวโพด บะหมี่ ก๋วยเตี๊ยว เผือก มัน วุ้นเส้น เส้นเซี่ยงไฮ้ สาคู
3. ไขมัน : เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญให้กรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย และยังช่วยละลายวิตามินที่ละลายในไขมัน ผู้ป่วยจึงควรรับประทานไขมันที่มีคุณภาพในปริมาณที่พอควร ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำ น้ำมันมะกอก ควรหลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ และกะทิ ขนมที่ผลิตโดยใช้ไขมันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
4. ผัก : เป็นอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารมาก จึงควรรับประทานสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงผักที่มีสีเข้มและสีเหลือง ซึ่งจะมีโปแตสเซี่ยมมาก ควรเลือกรับประทานที่มีโปแตสเซี่ยมน้อย และรับประทานปริมาณพอควร
5. ผลไม้ : ที่มีโปแตสเซี่ยมมาก ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยไตเทียมมีปัญหาระดับโปแตสเซี่ยมสูง จึงควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีโปแตสเซี่ยมต่ำ วันละ 1 ครั้ง หรือในระยะที่มีโปแตสเซี่ยมในเลือดสูงกว่า 5.5 ม.ก./ก.บ. ต้องงดผลไม้ทุกชนิด
6. อาหารที่มีโซเดียมสูง : ผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยไตเทียมมักมีปัสสาวะน้อย หรือไม่มีเลย การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมมากจะทำให้มีอาการบวม ควรงดของหมักดอง และอาหารเค็ม ไม่ควรเติมเกลือ หรือเครื่องปรุงในอาหาร
ผักโปแตสเซียมปานกลาง (100 – 250 มิลลิกรัม) : รับประทานได้ครึ่งถ้วยตวงต่อมื้อ แตงกวา แตงร้าน ฟักเขียว น้ำเต้า หน่อไม้ไผ่ตง ถั่วงอก ถั่วแขก ถั่วฝักขาว กะหล่ำปลี หอมใหญ่ มะระ บวบ หัวผักกาดขาว ผักกาดขาวปลี
ผักโปแตสเซียมสูง (250 – 450 มิลลิกรัม) : ควร รับประทานแต่น้อย หรือหลีกเลี่ยงเห็น หน่อไม้ฝรั่ง บรอคโคลี่ แขนงกะหล่ำ มันเทศ แครอท มะเขือเทศ กวางตุ้ง ใบคะน้า ตำลึง ผักบุ้ง
ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมต่ำ (100 – 200 มิลลิกรัม) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 1 ครั้ง (เลือกเพียง 1 ชนิด)
– แอปเปิ้ล 1 ผลเล็ก
– สับปะรด 8 ชิ้นพอคำ
– ลองกอง 8 ผลกลาง
– มังคุด 3 ผล
– เงาะ 4 ผล
– องุ่นเขียว 8 ผลกรอบ
– แตงโม 8 ชิ้นพอคำ
– ชมพู่ 2 ผลกลาง
– พุทรา 3 ผล
ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูง (201 – 450 มิลลิกรัม) : ในปริมาณผลไม้ 100 กรัม ควรงด กล้วยทุกชนิด ขนุน ทุเรียน ฝรั่ง กระท้อน น้อยหน่า แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ ลำไย มะปราง น้ำส้ม มะขามหวาน กล้วยตาก ลูกพรุน กีวี
– ปริมาณโซเดียม (มิลลิกรัม) ในซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ (15 มิลลิลิตร)
น้ำปลา 1,260 มิลลิลิตร
ซอสหอยนางรม 420 มิลลิลิตร
ซีอิ้วขาว 960 มิลลิลิตร
น้ำจิ้มไก่ 202 มิลลิลิตร
ซอสปรุงรส 1,150 มิลลิลิตร
ซอสมะเขือเทศ 170 มิลลิลิตร
ข้อมูลจาก : “อาหารผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยไตเทียม” รคส. วลัย อินทรัมพรรย์